เลือกซื้อ รถรับจ้างขนของ อย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน

เลือกซื้อ รถรับจ้างขนของ อย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน เวลาเราจะเลือกซื้อรถยนต์สักคัน ไม่ใช่แค่เพียงเพราะความสวยเท่านั้น แต่เรายังต้องดูถึงความเหมาะสมถึงการใช้งานว่าสามารถตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้หรือไม่ เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะมาต้องนั่งเสียดายเงิน เสียดายเวลาตอนหลัง วันนี้จึงจะเป็นเรื่องของเทคนิคการเลือกซื้อรถอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน เพื่อแนะนำเพื่อนๆ ที่กำลังจะตัดสินใจซื้อรถยนต์ไว้เป็นแนวทางในการตัดสินใจซื้อรถใหม่ป้ายแดงกันนะคะ เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่าว่าจะมีเทคนิคอย่างไรกันบ้าง?

หลักในการเลือกซื้อรถให้เหมาะกับการใช้งานนั้น มีเทคนิคที่เราต้องคำนึงถึงก่อนตัดสินใจซื้อ ดังนี้

รถยนต์ในปัจจุบันมีหลากหลายรุ่น และหลายประเภท เราต้องดูว่าเราถนัดขับรถยนต์ประเภทไหน แต่ละคนความถนัดจะแตกต่างกันออกไป อาทิเช่น บางท่านอาจเคยขับรถเก๋ง แต่ยังไม่เคยขับรถกระบะ หรือบางท่านเคยขับรถเกียร์ออโต้มาก่อน แต่ไม่เคยขับรถยนต์เกียร์ธรรมดา ทั้งนี้อาจไม่ได้ดูแค่เพียงความถนัด เพราะนั่นยังไม่เพียงพอ เราต้องดูถึงขนาดของตัวรถ และร่างกายของคนที่ใช้รถยนต์ด้วย เพราะรถยนต์บางคันนั้นมีการออกแบบที่ไม่เหมาะกับตัวผู้ขับเอง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคนขับตัวใหญ่ ควรเลือกรถยนต์ที่ให้ความรู้สึกที่นั่งสบาย ไม่อึดอัด และควรขับได้อย่างสะดวก ไม่ควรเลือกรถยนต์ที่นั่งไม่สะดวกนั่นเองค่ะ

ดูการใช้งานในชีวิตประจำวันว่ามีการใช้งานแบบไหนเป็นหลัก

ก่อนตัดสินใจซื้อรถยนต์สักคัน สิ่งที่อยากแนะนำเลยคืออยากให้เพื่อนๆ สังเกตการใช้งานในแต่ละวันว่าส่วนใหญ่เรามีกิจกรรม หรือมักใช้งานประเภทไหนเป็นหลัก ต้องใช้พื้นที่ภายใน และภายนอกขนาดไหน เน้นใช้งานสำหรับขนของหรือไม่ เน้นการใช้งานแบบขึ้นเขาหรือในพื้นที่ที่บนผิวขรุขระหรือไม่ เราต้องสังเกตการใช้งานของเราให้ชัดเจน เพื่อจะได้เมื่อซื้อรถมาแล้วจะได้ตอบสนองการใช้งานของเรานั้นได้ถูกจุดนั่นเองค่ะ

ศึกษาการใช้รถยนต์แต่ละประเภทว่าเหมาะกับการใช้งานแบบไหน

ศึกษาการใช้งานของรถแต่ละประเภท

ขั้นตอนต่อไปหลังจากดูการใช้งานในชีวิตประจำวันแล้ว ต่อมาคือเพื่อนๆ ต้องศึกษาการใช้งานของรถแต่ละประเภทว่ารถแต่ละประเภทมีการใช้งานแบบไหน โดยในปัจจุบันจะมีประเภทรถต่างๆ ดังนี้

ประเภทรถยนต์ Super Mini หรือ Eco Car

เป็นรถยนต์ที่มีขนาดเล็กที่สุด มาพร้อมกับราคาที่ถูกกว่าประเภทอื่นๆ ภายในระบบการใช้งานมีครบ เน้นขับในเมือง หรือไปทำงาน ช่วยในเรื่องการประหยัดน้ำมันได้เป็นอย่างดี ทั้งยังขับง่าย จอดรถได้คล่อง แต่พื้นที่ภายในอาจไม่กว้างขวางเหมือนรถยนต์ประเภทอื่นๆ ตัวอย่างรถที่ได้รับความนิยม เช่น Nissan March, Honda Brio และ Suzuki Swift เป็นต้น

ประเภทรถยนต์ที่นั่งขนาดเล็ก หรือ Compact Car

ประเภทนี้มักจะเป็นรุ่นที่ขายดี เป็นรถมีขนาดที่ไม่เล็กเกินไปสำหรับการเป็นรถครอบครัว แต่ไม่ใหญ่เทอะทะเกินไปสำหรับการขับขี่ในเมือง มาพร้อมกับขนาดของรถยนต์และเครื่องยนต์ที่เหมาะสม เน้นใช้ประโยชน์ขับในเมืองหลวง หรือไปทำงาน ตัวอย่างประเภทรถยนต์ที่นั่งขนาดเล็ก เช่น Toyota Collora Altis, Nissan Sunny, Honda Civic และ Mazda3 เป็นต้น

ประเภทรถยนต์นั่งขนาดกลาง

คือ รถยนต์ที่มีขนาดภายในใหญ่พอที่จะรองรับผู้ใหญ่ 5 คน นั่งได้โดยไม่เบียดกัน มีเครื่องยนต์ที่สมรรถนะสูงขึ้น เพื่อรองรับน้ำหนักตัวรถที่มากขึ้น สามารถใช้เป็นรถสำหรับครอบครัวได้ดี และมีราคาที่ไม่สูงจนเกินไป ตัวอย่างรถยนต์นั่งขนาดกลาง เช่น Honda Accord, Nissan Teana และ Toyota Camry เป็นต้น

ประเภทรถยนต์อเนกประสงค์ หรือ MPV

เป็นคำที่ย่อมาจาก Multi-purpose vehicle มีลักษณะทางการออกแบบให้ใช้พื้นที่ยืดหยุ่น และมีขนาดใหญ่ ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างมาก มีลูกเล่นที่สำคัญคือเบาะนั่งแถว 3 ซึ่งสามารถพับเก็บได้ เมื่อพับแล้ว จะเกิดที่ว่างสำหรับวางสัมภาระจำนวนมาก และเมื่อกางเบาะ ก็จะเกิดที่นั่งรองรับได้เพิ่มขึ้น ทำให้การโดยสารไม่อึดอัด ตัวอย่างรถยนต์ประเภท MPV เช่น Toyota Avanza, Honda Mobilo และ Honda Freed เป็นต้น

ประเภทรถยนต์อเนกประสงค์สมรรถนะสูง หรือ SUV

เป็นคำที่ย่อมาจาก Sport Utility Vehicle ประเภทนี้จะคล้ายๆ กับรถ MPV แต่จะต่างที่ MPV จะใช้สอยพื้นที่ยืดหยุ่นมากกว่า และมักใช้เครื่องยนต์เบนซิน ในขณะที่ SUV จะมีสมรรถนะสูงกว่า สามารถใช้ไต่เขาชันและวิ่งทางวิบากได้ดีกว่า แต่การใช้สอยพื้นที่อาจไม่ยืดหยุ่นหลากหลายเท่า MPV แต่ก็ถือว่าอเนกประสงค์มากกว่ารถเก๋ง และเพียงพอที่จะเรียกว่าเป็นรถเนกประสงค์ ตัวอย่างรถยนต์ประเภท SUV เช่น Nissan Juke, Honda HR-V และ Mazda CX-3 เป็นต้น

ประเภทรถกระบะดัดแปลง หรือ PPV

เป็นคำที่ย่อมาจาก Pick-up Passenger Vehicle ประเภทนี้เป็นรถยนต์ที่สร้างจากความคิดใหม่ คือการใช้รถยนต์กระบะรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือรุ่นยกสูง มาดัดแปลงกลายเป็นรถยนต์โดยสาร ต่างจากเดิมที่เป็นรถรุ่นที่สร้างมาโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีข้อเสียที่ความนุ่มนวล เนื่องจากเป็นรถที่มีพื้นฐานจากกระบะ แต่ก็มีข้อดีในด้านต้นทุนการผลิตและภาษี รถ PPV ซึ่งจัดเป็นรถขนาดกลาง แต่กลับราคาต่ำกว่ารถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก ทั้งยังได้ขนาดใหญ่กว่า เครื่องยนต์พละกำลังสูงกว่า มีความคุ้มค่ามากกว่า ตัวอย่างรถยนต์ประเภท PPV เช่น Toyota Fortuner, Isuzu Pajero Sport และ Ford Everest

ประเภทรถกระบะ

คือรถประเภทที่เป็นที่นิยมในไทยเป็นอย่างมาก เพราะด้วยเมืองไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ทำให้รถกระบะเป็นรถที่ตอบสนองการใช้งานในเรื่องของขนของได้เป็นอย่างดี โดยเป็นรถที่มีพื้นที่ว่างด้านท้ายรถจำนวนมาก และห้องโดยสารมีพื้นที่น้อย รถกระบะจึงมักใช้ในธุรกิจขนาดเล็ก และกลาง ตัวอย่างรุ่นรถกระบะที่ได้รับความนิยม เช่น Nissan Navara, Mazda BT-50, Toyota Hilux Vigo และ Isuzu Dmax เป็นต้น

เลือกของแต่งรถยนต์ให้เหมาะสมกับการใช้งานของรถแต่ละประเภท

เมื่อเราได้รถยนต์มาแล้ว มากกว่า 50% จะนึกถึงเรื่องแต่งรถยนต์ในเวลาต่อมา การเลือกซื้อของแต่งรถยนต์ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องให้ความสำคัญอย่างมากเช่นเดียวกัน ซึ่งของแต่งบางอย่างเราจะต้องดู และศึกษาให้ดีก่อนว่า มีข้อดี และข้อเสียอย่างไรบ้าง เมื่อศึกษาเรียบร้อยแล้ว ของแต่งรถยนต์บางอย่างช่วยทำให้เราสะดวกสบายในการใช้รถยนต์คันนั้นมากขึ้น เราต้องเลือกซื้อให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งานนั้นๆ รวมไปถึงควรดูวัสดุที่ผลิตว่ามีความคงทนแข็งแรงหรือไม่ เพราะถ้าหากเราไม่ได้สังเกตให้ดีแล้วละก็อายุการใช้งานของแต่งรถยนต์ที่เราเลือกมานั้นอาจพังเร็วกว่าที่คิด และทำให้เกิดความยุ่งยากระหว่างที่นำมาใช้งานได้ เพราะฉะนั้นแล้วก่อนตัดสินใจซื้อของแต่งรถยนต์สักคัน เพื่อนๆ อย่าลืมดูความเหมาะสม และความทนทานของวัสดุที่นำมาแต่งรถยนต์แต่ละชิ้นด้วยนะคะ